ช่วง ล่าง รถยนต์ jeksuspension

Technology

ความสำคัญ และหน้าที่ของช่วงล่างรถยนต์ จากร้าน Jeksuspension

ช่วง ล่าง รถยนต์ jeksuspension ประกอบด้วยส่วนประกอบสำคัญ 3 ส่วนด้วยกัน คือ ลูกหมาก โช๊คอัพ และชุดคันส่ง โดยลูกหมายจะแบ่งออกเป็น ลูกหมากคันชัก ลูกหมากแร็คซ์ ลูกหมากปีกนกบนและลูกหมากปีกนกล่าง ลูกหมากกันโคลง และลูกหมากคันส่งกลางนั่นเอง อย่งไรก็ตามในบทความนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปทำความรู้จักกับความสำคัญ และหน้าที่ของช่วงล่างรถยนต์ รวมไปถึงเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับโช๊คอัพอีกด้วย ว่าแล้วก็อย่ามัวเสียเวลา เราไปหาคำตอบพร้อมๆ กันเลย  ความสำคัญ และหน้าที่ของช่วงล่างรถยนต์  ความสำคัญ และหน้าที่ของช่วงล่างรถยนต์ มีทั้งหมด 3 ความสำคัญ และหน้าที่ด้วยกัน นั่นก็คือ  ความสำคัญ และหน้าที่ของช่วงล่างรถยนต์ คือ รองรับและป้องกันแรงสั่นสะเทือนเวลาที่รถตกหลุม หรือขับบนพื้นสภาพผิวถนนที่ขรุขระ และด้วยคุณสมบัตินี้จึงทำให้ห้องโดยสารไม่ได้รับแรงสะเทือนจากการตกหลุมหรือการวิ่งบนพื้นผิวที่ขรุขระมากนัก  ความสำคัญ และหน้าที่ของช่วงล่างรถยนต์ คือ รักษาสมดุลของพื้นผิวถนนและตัวรถ เมื่อเวลาที่รถขับเคลื่อนในสภาพถนนที่ไม่เอื้ออำนวย เช่น ถนนขรุขระ เป็นหลุมเป็นบ่อ ระบบช่วงล่างนี้จะสามารถปรับระดับของล้อที่สัมผัสกับพื้นผิวถนน ซึ่งจะไม่ทำให้เกิดความกระทบกระเทือนกับตัวพื้นรถด้านล่าง  ความสำคัญ และหน้าที่ของช่วงล่างรถยนต์ คือ ทำหน้าที่เป็นตัวเบรกหรือชะลอ ระบบช่วงล่างจะมีส่วนของเบรคมือและเบรคเท้า เป็นส่วนสำคัญของการควบคุมการเคลื่อนที่ของรถยนต์ จึงทำให้เบรคหรือชะลอรถได้ดียิ่งขึ้น  เกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับโช๊คอัพ  รู้หรือไม่ว่า อายุการใช้งานโช๊คอัพรถยนต์ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 5 ปี หรือวิ่งประมาณ 50,000 กิโลเท่านั้น หลังจากนั้นก็เริ่มเสื่อมสภาพแล้ว แต่ทังนี้ก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานอีกด้วย หากบรรทุกหนักทุกวัน หรือเป็นรถแท็กซี่… Continue Reading…

มอเตอร์เซอร์โว

Technology

การทำงานของมอเตอร์เซอร์โว

มอเตอร์จะทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบตามที่เราต้องการได้ จะต้องมีอุปกรณ์อย่างอื่นเข้ามาควบคุมการทำงานคู่กันด้วย อย่างเช่นการควบคุมความเร็วของมอเตอร์ ควบคุมแรงบิด และควบคุมตำแหน่ง ซึ่งอุปกรณ์ที่จะทำงานได้ลักษณะนี้ก็คือ มอเตอร์เซอร์โว ที่เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ใช้ในงานอุตสาหกรรมแทบจะทุกชนิด เดี๋ยวเราจะมาทำความรู้จักกับมอเตอร์ชนิดนี้กันก่อน ส่วนประกอบสำคัญของมอเตอร์เซอร์โว มอเตอร์ชนิดจะทำงานได้อย่างสมบูรณ์ได้ ก็ต้องพึ่งอุปกรณ์เสริอย่างอื่นที่ใช้ทำงานคู่กันเข้ามาเป็นตัวช่วย โดยจะทำหน้าที่แตกต่างกัน ตั้งแต่การรับคำสั่ง การควบคุม และการทำงานมาดูว่า อุปกรณ์แต่ละอย่างมีอะไรบ้าง 1. Controller หน้าที่หลักของตัวคอนโทรลหรือว่าตัวควบคุม ก็คือการทำหน้าที่รับคำสั่งจากคนใช้งานว่าต้องการอยากจะให้มอเตอร์ทำงานอย่างไร ความเร็วเท่าไหร่ เป็นต้น โดยผู้ใช้จะต้องป้อนข้อมูลที่ต้องการเข้าไปยังอุปกรณ์ควบคุมตัวนี้ก่อน จากนั้นตัวคอนโทรลเลอร์ก็จะทำหน้าที่ส่งคำสั่งไปยังอุปกรณ์ชิ้นอื่นต่อไป 2. Servo Driver เป็นอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้เช่นกัน ซึ่งงหน้าที่หลักของ Servo Driver ก็คือการรับคำสั่งจากตัวคอนโทรลเลอร์ เข้ามา เป็นขั้นที่สอง แล้วก็จะส่งต่อไปยังขั้นตอนต่อไป หลายคนอาจจะเกิดข้อสงสัยว่า ทำไมไม่ใช้ตัว Controller ให้ป้อนคำสั่งไปยังตัวเซอร์โวมอเตอร์โดยตรงเลย… Continue Reading…

เครื่องวัดฝุ่นละอองในอากาศ

Technology

CEMs คืออะไร สำคัญแค่ไหนในช่วงมลพิษสูง แล้วเครื่องวัดฝุ่นละอองในอากาศ วัดได้หรือไม่

เนื่องจากปริมาณของฝุ่นละอองและสารพิษที่เพิ่มสูงขึ้นทุกวัน หลายจังหวัดในประเทศไทยต้องเผชิญหน้ากับสภาวะฝุ่นละอองสะสมหนาแน่น จนต้องใช้ เครื่องวัดฝุ่นละอองในอากาศ และสิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดเป็นมลพิษที่มีผลกระทบต่อสภาพร่างกายของผู้คนในบริเวณนั้น รวมไปถึงความติดขัดในการจราจร การทำงานภาคอุตสาหกรรมและการจัดการต่างๆ อีกด้วย ซึ่งไม่เพียงแต่การระมัดระวังสภาพอากาศภายในบ้านเรือนและที่พักอาศัย แต่ในโรงงานใหญ่หรือสถานที่ที่เป็นแหล่งร่วมผู้คนก็เป็นสถานที่สำคัญที่ต้องระมัดระวังความหนาแน่นที่อาจทำให้หายใจลำบากเพราะสิ่งที่วัดได้จาก เครื่องวัดฝุ่นละอองในอากาศนั้นเป็นมลพิษที่ได้รับผลกระทบจากสภาวะฝุ่นละอองสูงนี้ ทางผู้จัดการองค์การหลายแห่งจึงออกมาตรการออกมาเพื่อช่วยหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากมลพิษพุ่งสูง หนึ่งในนั้นคือ CEMs  CEMs หรือ Continuous Emission Monitoring system คือ การตรวจวัดมลพิษทางอากาศจากปล่องอัตโนมัติอย่างต่อเนื่อง โดยระบบเช่นนี้มักใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมหรือพื้นที่ขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยผู้คนเพราะเป็นระบบในวงกว้าง แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักที่นิยมกันได้แก่ระบบดึงก๊าซไปวิเคราะห์ (Extractive system) ระบบนี้จะดึงตัวอย่างอากาศออกจากปล่องไปวิเคราะห์ ส่วนอีกระบบหนึ่งคือระบบวิเคราะห์ที่จุดเก็บตัวอย่าง (Insitu system) ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ตัวอย่างในปล่องโดยตรง  เมื่อรู้จักระบบ CEMs แล้วอาจสงสัยกันว่าแล้วระบบนี้สำคัญอย่างไร อย่างที่ได้กล่าวไปคือระบบ CEMs นี้ทำหน้าที่ตรวจจับและวิเคราะห์สารพิษรวมถึงสิ่งปนเปื้อนที่เจือปนอยู่ในอากาศ โดยใช้วิธีการเก็บตัวอย่างจากปล่องของเครื่องตรวจจับ ซึ่งเครื่องเหล่านี้มีความสำคัญคือช่วยให้สามารถรับรู้ระดับความปนเปื้อนเพื่อประเมินอันตรายจากมลพิษทางอากาศได้อย่างทันท่วงที โดยสามารถตรวจจับได้ทั้งมลพิษจากสารพิษและฝุ่นละอองที่กำลังหนาแน่นในปัจจุบัน นอกจากนี้ เครื่องวัดฝุ่นละอองในอากาศในระบบ CEMs ยังนิยมใช้ในสถานที่ที่มีพื้นที่กว้างอย่างโรงงานอุตสาหกรรม เพราะสามารถกระจายการตรวจจับได้ดี อีกทั้งยังเหมาะกับการทำงานภาคอุตสาหกรรมที่ต้องรับความเสี่ยงทั้งจากมลพิษและฝุ่นละอองจากการทำงานและจากสภาพแวดล้อมอีกด้วย อาจเรียกได้ว่า ระบบ CEMs อาจเป็นระบบที่ตอบโจทย์และอยู่คู่กับโรงงานอุตสาหกรรมก็ว่าได้  อย่างไรก็ตาม ในการพิจารณาเลือกติดตั้งระบบ CEMs จึงควรเลือกจากบริษัทที่ไว้ใจได้ มีความสามารถในการติดตั้งที่ดี เพราะระบบเหล่านี้ต้องการความเสถียรและการตรวจจับที่ทำงาน 24 ชั่วโมง หากตัวเครื่องและการตรวจจับทำงานได้ไม่ดีพอหรือไม่มีคุณภาพก็อาจไม่คุ้มค่าและเกิดความเสี่ยงได้หากแปลผลระดับมลพิษผิดพลาด ผู้ใช้ระบบ CEMs จึงควรตรวจสอบการทำงานของเครื่องอย่างสม่ำเสมอและเลือกการบำรุงรักษาที่เหมาะสม